ความกังวลกับครรภ์ที่ยังไม่พร้อม

          ความกังวลกับครรภ์ที่ยังไม่พร้อมนั้น คุณแม่จะต้องสร้างความแข็งแกร่งของจิตใจกับความมีเหตุผลของแต่ละคน เพื่อช่วยให้สุขภาพจิตของแต่ละคนที่มีแตกต่างกันไปนั้น บางคนมีภูมิคุ้มกันในเรื่องสุขภาพจิตที่ดี แต่บางคนก็เครียด บ้างก็วิตกกังวล บ้างก็คิดมาก คิดเรื่อยเปื่อย และแม่วัยทีนส่วนมากก็มักจะคิดไปในทางเลวร้าย
          ในหลายๆ ว่าที่คุณแม่มีเรื่องชวนให้คิดอยู่ออกบ่อยและชวนให้กังวลเล่นในยามว่าง เริ่ทตั้งแต่ตั้งครรภ์กันเลยทีเดียว ที่ชวนให้เป็นกังวลมากที่สุดเห็นจะได้แก่การตั้งครรภ์ที่ไม่รู้ตัว หรือไม่ทันตั้งตัว หรือไม่ได้เตรียมตัว
          ความจริงความกังวลไม่ได้เกิดขึ้นหรอกถ้าไม่ไปซื้อหายามาทาน และยานั้นไม่ใช่ยาอื่นไกล แต่มันเป็นยาขับประจำเดือน เมื่อทานยาขับประจำเดือนเข้าไปแล้ว ประจำเดือนก็ยังไม่ออกมาตามนัดด้วยแรงขับ และเมื่อตรวจไปตรวรมาพบว่าตั้งท้อง เอาละซิ! เด็กจะเป็นอันตรายอะไรหรือเปล่า จะพิการหรือเปล่า เพราะได้ทานยาขับเข้าไปแล้ว
          ความกังวลจนน่าเครียดคงจะเก็บไว้กับตัวไม่ได้ เนื่องจากมันทำให้อัดอั้นเหลือเกิน จำต้องไปพบสูติแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา และคำถามแรกที่สูติแพทย์จะได้ยินก็คือ ลูกจะเป็นอะไรหรือเปล่า
          ทั้งนี้เมื่อครรภ์อายุมากขึ้น สิ่งที่สร้างความกังวลให้ไม่ใช่เรื่องก็เกิดขึ้นอีก ที่พบได้บ่อยเป็นที่สุดเห็นจะได้แก่เรื่องของขนาดท้อง ไม่ว่าจะเป็นท้องเล็กไปหรือใหญ่ไปก็ตาม สร้างความกังวลสงสัยไม่รู้จักจบ เหตุเกิดขึ้นเพราะคำทายทักของเพื่อนบ้าง ของญาติพี่น้องบ้าง เพียงแค่ถามว่าท้องได้กี่เดือนแล้ว
          จากนั้นตามมาด้วยคำสงสัยว่าทำไมท้องเล็กจัง เพียงแค่นี้แหละก็ทำให้ว่าที่คุณแม่กลุ้มใจได้แล้ว ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรถูกต้องเลยต่อคำทายทักดังกล่าว คุณลองคิดดูว่า ใครๆ ที่เห็นท้องของคุณผ่านเครื่องนุ่งห่มที่คุณสวมใส่อยู่นั้น เขาจะเห็นขนาดท้องที่แท้จริงของคุณได้อย่างไร และถ้าเผอิญเขามาเห็นตอนคุณร่างเปลือยเปล่า แต่เขาไม่ได้คลำ แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าขนาดที่แท้จริงของมดลูกมันจะใหญ่สักแค่ไหน

ตั้งครรภ์วัยรุ

          เอาละ ถ้าหากเผอิญเขาได้คลำ แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าขนาดของมดลูกโตแค่นี้ มันเปรียบได้เท่าไหร่กับอายุครรภ์ ถ้าหากเขาไม่ได้ร่ำเรียนมา สรุปว่าอย่าไปเชื่อใครทั้งนั้นแหละ ต่อคำทักทายว่าทำไมท้องเล็ก ท้องใหญ่ ปวดหัวกันเปล่าๆ
          อีกเรื่องหนึ่งที่ชวนให้เป็นกังวลเล่นคือ เรื่องความพิการของทารกน้อยในครรภ์ ใช่…คุณพ่อคุณแม่คงไม่มีใครต้องการให้ลูกคลอดออกมาพร้อมกับความพิการแม้แต่น้อยนิด หลายๆ คนอาจจะรู้ก่อนคลอดว่าลูกพิการหรือไม่ หรือว่าครบ 32 ประการหรือเปล่า ไม่มีวิธีการตรวจที่สามารถทำให้ได้ขนาดนั้นหรอก แม้แต่เด็กบางคนที่คลอดออกมาแล้วด้วยซ้ำไป ยังบอกไม่ได้เลยว่าเด็กมีความผิดปกติมาแต่กำเนิด จนกระทั่งเวลาผ่านพ้นไปนานพอสมควร ความพิการนั้นจึงจะโผล่หน้าออกมาให้เห็น
          เมื่อเป็นเช่นนี้ เป็นไปได้อย่างไรที่จะสามารถให้รู้ถึงความพิการของทารกได้ตั้งแต่ในท้องของแม่ ใช่ ความพิการบางชนิดสามารถบอกได้ตั้งแต่ทารกอยู่ในท้องแม่ หรือขณะที่ตั้งครรภ์ได้ไม่กี่เดือน แต่เหล่านั้นมันต้องเป็นความพิการที่สามารถตรวจได้ตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์ ซึ่งใช่ว่าจะตรวจได้ทุกๆ อย่าง คงจะเข้าใจนะ
          คุณพ่อคุณแม่จะต้องทำใจพร้อมที่จะรับในสิ่งที่อาจเกิดขึ้น เมื่อคิดว่าทำดีที่สุดแล้ว มันยังเกิดขึ้นมาอีก ก็ต้องยอมรับแหละ นั่นหมายความว่าสุขภาพของพ่อแม่แข็งแรงเป็นปกติดีไม่มีโรคเรื้อรังเบียดเยน คุณแม่ไม่ได้ทานยาอะไรขณะตั้งครรภ์ ยกเว้นยาที่คุณหมอสั่งให้เพื่อบำรุงครรภ์ หรือทานยาที่ทราบแน่นอนว่าไม่มีปัญหาอะไรกับทารกในครรภ์”
          “เมื่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวทารกในครรภ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เด็กก็น่าจะเรียบร้อยตามไปด้วย จากสถิติบอกว่าโอกาสที่ทารกจะคลอดออกมาพร้อมกับความพิการนั้นมีน้อยมาก โดยรวมแล้วไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างได้ผ่านการคัดเลือกโดยธรรมชาติมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเป็นอย่างนี้ คุณๆ ก็พอจะผ่อนคลายความกังวลไปได้บ้าง และถ้าจะมีก็ขอให้มีน้อยๆ หน่อยก็แล้วกัน เพราะความกังวลของแม่ทำให้คุณลูกในครรภ์พลอยกังวล และเครียดตามไปด้วยนะ”
          “ความกังวลกับทารกในครรภ์ใช่ว่าจะหมดลงแค่นั้น ความกังวลที่ติดอันดับอีกอย่างก็คือ ความกังวลเกี่ยวกับสายสะดือพันคอเด็กแล้วทำให้เด็กตายคาท้องแม่ ความกังวลทำนองนี้ไม่เคยจางหาย ยังคงมีมาให้ตอบเพื่อให้หายความกังวลอยู่เรื่อยๆ บ้างก็มาขอทำอัลตราซาวนด์เพียงเพื่อจะดูว่าสายสะดือมันพันคอเด็กแล้วหรือยัง หรือว่าพันอยู่แล้วกี่รอบ อันตรายหรือไม่ จะช่วยแก้ไขอะไรได้หรือไม่”
          “ไม่ต้องไปห่วงหรอกเรื่องสายสะดือ หรือที่บางคนเรียกว่าสายรกมันพันคอเด็ก มีอยู่ออกบ่อยไปที่เด็กคลอดออกมาพร้อมสายสะดือพันคอ และใช่ว่าจะพันกันแค่รอบเดียว สามรอบก็มีถมไป แต่เด็กไม่ยักกะเป็นอะไรคงออกมาแข็งแรงดี ทั้งนี้เพราะว่าสายสะดือที่พันคอเด็กอยู่นั้น มันได้รับการออกแบบโดยธรรมชาติมาเป็นอย่างดีแล้ว ฉะนั้นถ้าหากเป็นสายสะดือที่ปกติ อันตรายที่เกิดขึ้นก็จะไม่มี แต่ถ้าสายสะดือมันผิดปกติ ก็น่าเป็นห่ว”
โดย นพ.พนิตย์ จิวะนันทประวัติ